)

พิชิตข้อมูลเกี่ยวกับ Wi-Fi ในประเทศญี่ปุ่น!

2017.02.21

พิชิตข้อมูลเกี่ยวกับ Wi-Fi ในประเทศญี่ปุ่น!

ข้อมูล Wi-Fi ในประเทศญี่ปุ่น

แม้ไม่ต้องรอถึงงานโตเกียวโอลิมปิกปี 2020 ขณะนี้การใช้ Wi-Fi ก็กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในญี่ปุ่นสำหรับใช้หาข้อมูลแผนที่ หรือโพสต์ข้อมูลลง Social network ต่าง ๆ
จากผลการสำรวจเรื่องที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในญี่ปุ่นพบความลำบากมากที่สุดเป็นลำดับ 1 คือเรื่อง "การเชื่อมต่อ WiFi ในที่สาธารณะ" ซึ่งทำให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในระหว่างเดินทางได้ยากลำบาก (ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว)

ข้อมูล Wi-Fi ในประเทศญี่ปุ่น
แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะมีจุดบริการ Free WiFi ในโรงแรม หรือตามสถานีรถไฟหลัก ๆ ในเมืองใหญ่ หรือแม้แต่ในร้านอาหารอย่างแมคโดนัลด์ สตาร์บัคส์ และร้านสะดวกซื้อก็ตาม หากเปรียบเทียบกับในประเทศอื่นแล้วยังคงมีจุดบริการที่น้อย ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกได้ว่าเข้าถึงบริการได้ยากแม้จะมีอุปกรณ์รับสัญญาณพร้อมแล้วก็ตาม อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีการอธิบายวิธีเชื่อมต่อเป็นภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้บางครั้งกระบวนการเชื่อมต่อนั้นก็ต้องลงทะเบียนด้วยอีเมล เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สร้างความลำบากให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย

ข้อมูล Wi-Fi ในประเทศญี่ปุ่น2
แม้ว่าการก่อสร้างสนามแข่งขันหรือสเตเดี่ยมนั้นเป็นไปอย่างรุดหน้า แต่การพัฒนาด้าน Software อย่างบริการ Wi-Fi หรือบริการด้านภาษาต่างชาติต่าง ๆ นั้นกลับเป็นไปได้ช้า
ในปัจจุบันได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านบริการ free Wi-Fi มากขึ้นเพื่อรองรับงานกีฬาโตเกียวโอลิมปิกในปี 2020 แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า หากจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแล้วควรใช้บริการเช่า Wi-Fi router แบบพกพาจะสะดวกกว่า

การเช่า Wi-Fi router แบบพกพา

การเช่า Wi-Fi router แบบพกพา
มีบริการให้เช่า Wi-Fi router สำหรับชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นอยู่หลายบริษัทด้วยกัน จะขอยกตัวอย่างการบริการของบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถยื่นขอใช้บริการได้ในวันที่เดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น แต่หากเป็นช่วงเวลาที่มีผู้ขอใช้บริการมากแล้วล่ะก็แนะนำให้ทำการจองล่วงหน้าจะดีกว่า

ในกรณีของ “NINJA WiFi” ที่เป็นบริษัทรายใหญ่ที่สุดในประเทศนั้น หากจองล่วงหน้าล่ะก็จะขอรับและคืน Router ได้ที่สนามบินหลัก ๆ เช่น สนามบินนาริตะ, สนามบินฮาเนะดะ, สนามบินนานาชาติคันไซ, สนามบินนานาชาติชูบุ, สนามบินชินชิโตะเซะ, สนามบินฟุกุโอะกะและสนามบินนะฮะ เป็นต้น จุดดึงดูดของบริษัทก็คือมีค่าบริการไม่แพงนั่นเอง และเนื่องจากสามารถใช้บริการส่งถึงที่พักได้ด้วย จึงสามารถขอรับ Router ได้ที่โรงแรมหรือที่บ้านเพื่อนได้ (ค่าบริการแยกต่างหาก 500 เยนและคิดภาษีแยก)

การเช่า Wi-Fi router แบบพกพา2
ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีการพัฒนาด้านสายรับส่งสัญญาณอยู่มาก ซึ่ง "Ninja WiFi" เองนั้นก็สามารถรับส่งสัญญาณความเร็วสูงได้ในบริเวณกว้าง และยังไม่จำกัดปริมาณการรับข้อมูลอีกด้วย แน่นอนว่า Router 1 เครื่องสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายชิ้นอย่างสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมแบบพกพาได้อย่างดี และยังมีการใช้พาสเวิร์ดในการเชื่อมต่อ ช่วยป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล นอกจากนี้แล้วยังมีศูนย์บริการที่รองรับภาษาต่างชาติหลายภาษาไว้คอยแนะนำอีกด้วย (รองรับภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเวียดนามและภาษาไทย) ราคาบริการนั้นก็สมเหตุสมผล มี Standard plan อยู่ที่ 900 เยนต่อวัน (ราคานี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

สำหรับรายละเอียดการบริการ เชิญตรวจสอบได้จากโฮมเพจ
http://ninjawifi.com/en/?pr_vmaf=F51ydt1UMA

แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่บริการ Free Wi-Fi ในประเทศญี่ปุ่นนั้นยังมีไม่เพียงพอ ซึ่งการใช้อุปกรณ์ Wi-Fi ส่วนตัวก็อาจจะเป็นเคล็ดลับในการท่องเที่ยวให้สะดวกสบายมากขึ้นก็ได้

* ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลล่าสุดของวันที่ 10 มกราคม 2017 สำหรับรายละเอียด กรุณาติดต่อโดยตรงกับสถานที่

ถ้าคุณคิดว่าบทความนี้น่าสนใจ เชิญกด "ถูกใจ"

คอลัมน์มาใหม่

อ่านคอลัมน์เพิ่ม