)

ลิ้มรสไวน์ระดับโลกและเนื้อ Dry-aged เมื่อต้องการทานอาหารในโตเกียว !

2018.08.01

ลิ้มรสไวน์ระดับโลกและเนื้อ Dry-aged เมื่อต้องการทานอาหารในโตเกียว !
เมื่อแวะมาเที่ยวย่านอะกิฮะบะระและเดินซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจนเหนื่อยแล้ว ทุกคนจะไปทานอาหารกันที่ไหนคะ? ร้านที่ฉันจะแนะนำในครั้งนี้ ก็คือ ร้านอาหารในย่านอะกิฮะบะระที่ชื่อว่า “MEAT WINERY” ร้านอาหารนี้บริการทั้งไวน์และเนื้อตามชื่อของร้าน แต่รู้ไหมว่าสิ่งที่พิเศษในร้านนี้คืออะไร
นั่นก็คือที่นี่เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในเรื่องเนื้อ Dry-aged นั่นเอง

ความลับของความอร่อยและเนื้อ Dry-aged ที่ภัตตาคารในย่านอะกิฮะบะระอันพิถีพิถัน

ถ้าเราปล่อยเนื้อทิ้งไว้เฉย ๆ จะไม่เรียกว่าเป็นการ Dry-aging แต่การ Dry-aging นั้นพัฒนาขึ้นมาโดยมีการควบคุมดูแลเนื้ออย่างเคร่งครัดด้วยการควบคุมสภาพแวดล้อมรวมถึงการรักษาความชื้นและอุณหภูมิให้คงที่ เนื้อที่ทำการ Dry-aging นั้น เมื่อเทียบกับเนื้อสดใหม่แล้วก็จะยิ่งอร่อยยิ่ง ๆ ขึ้นไปเหมือนกับไวน์ที่ยิ่งเก่าก็ยิ่งรสอร่อยนั่นเอง ในครั้งนี้ ฉันอยากจะลิ้มลองรสชาตินั้นสักครั้ง จึงมาที่ร้านนี้

เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ JR Akihabara แล้วขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 5 ในอาคารเรียบ ๆ ที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Suehirocho เมื่อเปิดประตูเข้าไป ด้านในก็คือร้าน “MEAT WINERY” นั่นเอง

ความลับของความอร่อยและเนื้อ Dry-aged ที่ภัตตาคารในย่านอะกิฮะบะระอันพิถีพิถัน
ภายในร้านมีขนาดกว้างขวาง จุคนได้ประมาณ 40-50 ที่นั่ง ด้านหลังเคาน์เตอร์จะสามารถมองเห็นตู้แช่ที่มีเนื้อวางซ้อนกันอยู่

ความลับของความอร่อยและเนื้อ Dry-aged ที่ภัตตาคารในย่านอะกิฮะบะระอันพิถีพิถัน2
ด้านซ้ายเป็นครัว ส่วนด้านขวาเป็นที่นั่งโซฟายาว

ความลับของความอร่อยและเนื้อ Dry-aged ที่ภัตตาคารในย่านอะกิฮะบะระอันพิถีพิถัน3
ถ้างั้น ลองมาดูเมนูกันเถอะ ! นอกจากภาษาญี่ปุ่นแล้วก็ยังมีเมนูภาษาจีนและภาษาอังกฤษด้วย
พวกเรามาถึงตอนช่วงอาหารกลางวันพอดี จึงได้รับเมนูอาหารกลางวัน ในเมนูมีคำอธิบายเตรียมไว้พร้อม นอกจากนี้ถ้าเป็นช่วงอาหารกลางวัน ก็สามารถเติมซุปและข้าวได้ฟรีอีกด้วย ! สำหรับพวกเราที่เดินชอปปิงจนเหนื่อยแล้ว ถือว่าเป็นบริการที่ดีมาก ๆ

เมนูบนป้ายในร้านนั้นไม่ได้มีเพียงเนื้อ Dry-Aged เท่านั้น แต่ยังสามารถทานอาหารได้แบบ À la carte หลากหลายเมนู รวมไปถึงมีไวน์จากทั่วโลกด้วย

ในร้านอาหาร นอกจากมีเนื้อ Dry-aged แล้วก็ยังมีสเต๊กเนื้อวัวสดใหม่ และถ้าไม่สามารถทานเนื้อวัวได้ล่ะก็ยังมีอาหารอื่น ๆ เช่น เนื้อหมูและเนื้อแกะด้วย พนักงานก็จะคอยแนะนำอาหารให้แก่เราระหว่างที่เรากำลังเลือกเมนูอยู่

นอกจากอาหารแล้ว ในร้านยังมีเหล้ามากมายหลายชนิด ด้านหลังของเมนูก็ยังมีเมนู À la carte อีกมากมายด้วย เช่น สลัดหรือของทะเล ฯลฯ สำหรับเมนู À la carte จะเหมาะกับการทานเป็นของทานเล่นตอนดื่มสาเก

เมนูบนป้ายในร้านนั้นไม่ได้มีเพียงเนื้อ Dry-Aged เท่านั้น แต่ยังสามารถทานอาหารได้แบบ À la carte หลากหลายเมนู รวมไปถึงมีไวน์จากทั่วโลกด้วย
บาร์เคาน์เตอร์นั้น จะเรียงรายไปด้วยขวดไวน์ของแต่ละประเทศทั่วโลก ถ้ามาตอนกลางคืน คิดว่าคงดีมาก ๆ ถ้าได้ดื่มนิดหน่อย

ฉันได้สั่งตามที่พนักงานแนะนำไป ก็คือสเต๊กเนื้อวัว Rib eye ที่ทำการบ่ม Dry-aging 20 วัน และนอกจากนี้ก็สั่งอาหารจากเนื้อหมู Iberian ของประเทศสเปน แล้วถ้าคุณอยากจะลองทานอาหารหลากเมนูละก็ นอกจากเซ็ทอาหารที่เขียนไปด้านบนแล้วก็ยังสามารถสั่งเนื้อแบบเป็นกรัมได้ด้วย

เมนูบนป้ายในร้านนั้นไม่ได้มีเพียงเนื้อ Dry-Aged เท่านั้น แต่ยังสามารถทานอาหารได้แบบ À la carte หลากหลายเมนู รวมไปถึงมีไวน์จากทั่วโลกด้วย2
ข้าวและซุปจะวางอยู่ข้าง ๆ บาร์เคาน์เตอร์ เป็นระบบบริการตัวเอง สามารถเติมได้ตามต้องการ

เนื้อหมู Iberian ฉุ่มฉ่ำที่สามารถทานได้ในร้านอาหารที่อะกิฮะบะระ

เนื้อหมู Iberian ฉุ่มฉ่ำที่สามารถทานได้ในร้านอาหารที่อะกิฮะบะระ
เมื่อเริ่มได้กลิ่นหอมของเนื้อภายในร้าน พนักงานก็ยกอาหารที่เรารอคอยมาเสิร์ฟ ด้านขวามือในภาพเป็นซุปและข้าวที่ฉันไปหยิบมาเอง ไม่รอช้า จะขอทานแล้วนะ !

ก่อนอื่น จะขอลองทานเนื้อหมู Iberian ก่อน ! สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบทานเนื้อวัวเหมือนฉัน ก็ขอแนะนำให้สั่งเนื้อหมูหรือแกะมาทาน สำหรับเมนูพิเศษ นอกจากหมู Iberian แล้ว ก็ยังมีเนื้อหมูแบบ Dry-aging ด้วยนะ

เนื้อหมู Iberian ฉุ่มฉ่ำที่สามารถทานได้ในร้านอาหารที่อะกิฮะบะระ2
ตอนที่อาหารยกมาเสิร์ฟ ฉันมองเห็นเส้นใยของเนื้อที่ถูกตัดออกอย่างชัดเจน แม้ว่าจะไม่มีซอส แต่ที่ตัวเนื้อหมูเองก็มีรสชาติปรุงไว้อยู่แล้ว สำหรับเครื่องเคียงจะมีสลัดเสิร์ฟมาคู่กันด้วย เนื้อหมูจะไม่มีการเลือกระดับความสุกเหมือนเนื้อวัว ซึ่งที่ร้านนี้ก็จัดเสิร์ฟแบบสุกพอดี ไม่แห้งหรือย่างนานไปเลย

แม้ด้านในของเนื้อหมู จะเห็นเป็นสีชมพู แต่ก็เป็นเนื้อที่ผ่านการย่างมาเป็นอย่างดี แม้จะเป็นผู้ที่ไม่ชื่นชอบเนื้อหมู แต่เนื้อหมู Iberian ที่ฉันได้ทานในวันนี้ ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย แล้วก็ฉุ่มฉ่ำมากด้วย

ชิมเนื้อ Dry-aged ที่อัดแน่นไปด้วยความอร่อยที่ร้านอาหารในอะกิฮะบะระ

และแล้วก็ถึงเวลาชิมเนื้อ Dry-aged สิ่งที่สั่งไปวันนี้ก็คือ สเต๊กริบอายเนื้อวัวที่บ่มแบบ Dry-aging ราว ๆ 20 วัน ริบอายเป็นส่วนของเนื้อที่เคี่ยวหนึบดี ซึ่งสเต๊กที่พนักงานยกมาเสิร์ฟนั้นก็คือแบบ Medium Rare มาตรฐาน แต่ก็สามารถสั่งระดับการสุกอื่น ๆ ได้ตอนที่สั่งอาหารกับพนักงานด้วย

ชิมเนื้อ Dry-aged ที่อัดแน่นไปด้วยความอร่อยที่ร้านอาหารในอะกิฮะบะระ
มีเครื่องปรุงรสเสริม 3 ชนิด ได้แก่ เกลือจากสาหร่าย วาซาบิและมัสตาร์ดผง สามารถทานโดยจิ้มกับอันที่ชอบได้ เครื่องปรุงเสริมทั้งสามจะมีรสชาติต่างกัน จึงช่วยดึงความอร่อยของเนื้อออกมายิ่งขึ้น แต่ถ้าชื่นชอบกับความอร่อยของเนื้อ Dry-aged แต่เดิมอยู่แล้ว ก็สามารถทานได้โดยไม่ต้องจิ้มเครื่องปรุงรสมากนักก็ได้

แม้ว่าจานที่สั่งจะเป็นแบบ Medium Rare แต่สีของเนื้อนั้นสวยมาก ๆ ความรู้สึกตอนทานนั้นเหมือนอยู่ตรงกลางระหว่างเนื้อแบบ Medium และแบบ Well-done ไม่มีน้ำสีแดงไหลออกมาจากเนื้อเลย สามารถมองเห็นไปถึงเส้นใยของเนื้อได้ จึงสามารถหั่นเนื้อด้วยมีดได้ง่าย ๆ เนื้อที่ผ่านกระบวนการ Dry-aging จะไม่มีกลิ่นคาวเนื้อ สามารถทานได้ง่ายมาก ๆ เนื้อมีความนุ่มทำให้ทุกคำที่ทานชุ่มไปด้วยความอร่อยแผ่อยู่เต็มปาก ส่วนที่เป็นเอ็นนั้นไม่ต้องเคี้ยวมากก็สามารถทานได้ เป็นความรู้สึกในการทานที่ต่างออกไปจริง ๆ ฉันดีใจที่ได้สั่งเมนูนี้ไป ไม่ผิดหวังเลยจริง ๆ เป็นเมนูที่ควรค่าแก่การทานอย่างยิ่ง

ถ้ามาที่อะกิฮะบะระในโตเกียว ก็อย่าลืมแวะมาทานเนื้อ Dry-aged แสนอร่อยของร้านนี้ดูล่ะ

การทานอาหารที่ร้าน “MEAT WINERY” ในวันนี้คุ้มค่าอย่างมาก ไม่ใช่แค่ได้ลิ้มรสชาติของเนื้อ Dry-aged เพียงอย่างเดียว แต่ยังอิ่มท้องอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีร้านที่แสนอร่อยหลบซ่อนอยู่ในตึกที่เรียบ ๆ ไม่โดดเด่นนี้ !? ถ้ามาญี่ปุ่นอีกครั้งหน้า ลองแวะมาที่ร้านนี้หลังจากชอปปิงที่อะกิฮะบะระก็ดีนะ แล้วก็อย่าลืมลิ้มลองเนื้อ Dry-aged ที่อร่อยจนหาคำบรรยายไม่ได้นี้ด้วยล่ะ !

●MEAT WINERY
http://www.neodelight.co.jp/brand/meatwinery.html
050-5571-3630
อาคาร Kyoei-sotokanda-daiichi ชั้น 6F, 4-4-2 Sotokanda, Chiyoda-ku, Tokyo
เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟ JR Akihabara
เดิน 2 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดิน Suehirocho
วันอาทิตย์, วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี 11:30-23:00 น. (Last Order : 22:00 น.)
Lunch : 11:30 - 17:00 น.
Dinner : 17:00 - 23:00 น.
วันศุกร์และวันเสาร์ : 11:30 - 4:00 น.
สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้ (VISA, MASTER)

* ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลล่าสุดของวันที่ 26 เมษายน 2018 สำหรับรายละเอียด กรุณาติดต่อโดยตรงกับสถานที่

ถ้าคุณคิดว่าบทความนี้น่าสนใจ เชิญกด "ถูกใจ"

คอลัมน์มาใหม่

อ่านคอลัมน์เพิ่ม