)

ดื่มด่ำกับอาหารญี่ปุ่นในภัตตาคารระดับมิชลินที่โอซาก้า

2018.05.30

โอซาก้ามีภาพลักษณ์ของบรรยากาศครึกคริ้นและสดใส แต่ในโอซาก้าเองก็มีภัตตาคารระดับมิชลินอันเงียบสงบตั้งอยู่ด้วย การได้ทานอาหารในภัตตาคารสามดาวที่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือปกสีแดงอย่าง “Michelin Guide” นั้น รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากสำหรับคนกินเยอะอย่างฉัน

ได้ยินมาว่ามีภัตตาคารบางแห่งที่จองที่นั่งยากมาก เมื่อจองแล้วจะได้คิวอีกสามปีต่อมาด้วย ภัตาคารที่ได้มิชลินระดับสามดาวที่ได้ยินข่าวลือว่าจองยากแบบนั้น จะเสิร์ฟอาการรสชาติอร่อยระดับไหนกันนะ ?

ด้วยความโชคดีของฉัน จึงได้จองร้านอาหารที่ได้มิชลินหนึ่งดาวมาได้ในโอซาก้า ชื่อร้านว่า “Kyomachibori RIKYU” ในวันนี้ฉันตั้งใจว่าอยากแนะนำอาหารระดับมิชลินให้แก่ทุกคนเป็นกรณีพิเศษค่ะ

ภัตตาคารที่ได้ตีพิมพ์ในมิชลินไกด์ของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ภัตตาคารที่ได้ตีพิมพ์ในมิชลินไกด์ของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
ร้าน Rikyu ตั้งอยู่ใน Kyomachibori เมืองโอซาก้า เดิน 5 นาทีจากสถานี Higobashi สายรถไฟใต้ดิน Yotsubashi Line และจากสถานี Hommachi สาย Chu-o line เดินต่อไปอีกไม่ถึง 10 นาที โครงสร้างของสถานีรถไฟใต้ดินโอซาก้านั้น มีสไตล์ย้อนยุคอย่างมาก ทำให้รู้สึกได้ถึงความเก่าแก่ รู้สึกว่าคล้าย ๆ กับรถไฟใต้ดินของปักกิ่งด้วยนะ

ภัตตาคารที่ได้ตีพิมพ์ในมิชลินไกด์ของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น2
ถ้ามองเห็นป้ายที่เขียนว่า Kyomachibori แล้ว ก็จะเห็นร้านอยู่ฝั่งตรงข้าม เราต้องเดินข้ามถนนไป ทางสองฝั่งของถนนจะเรียงรายไปด้วยอาคารสไตล์ตะวันตกที่ดึงดูดสายตาอย่างมาก

ภัตตาคารที่ได้ตีพิมพ์ในมิชลินไกด์ของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น3
ตัวร้านนั้นจะสามารถมองเห็นได้ทันที เป็นร้านที่ตกแต่งอย่างดีพร้อมให้ความรู้สึกสงบอย่างมาก ที่นี่เป็นร้านระดับรับมิชลินหนึ่งดาวที่ฉันจองไว้

ตัวอักษรหน้าร้านด้านข้างประตูสไตล์ญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกถึงความมีพลังอย่างมาก เมื่อมองผ่านเข้าไปในผ้าม่านหน้าร้าน จะรู้ได้ว่าที่นี่ป็นร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เอาล่ะ เรามาเข้าไปกันเถอะ !

ภัตตาคารที่ได้ตีพิมพ์ในมิชลินไกด์ของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น4
เมื่อเข้าไปในร้าน ภายในร้านจะมีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์และห้องส่วนตัวอีกสองห้อง ในตอนที่ฉันไปถึง ก็มีกลุ่มลูกค้าผู้หญิงอยู่ด้วย ดูเหมือนว่ากำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยอย่างสนุกสนานพร้อมกับทานอาหารอย่างสบาย ๆ เจ้าหน้าที่ในร้านได้บอกเราว่า โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นการจอง จะสามารถจองได้สองชั่วโมงก่อนเวลามาที่ร้าน

อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?


อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?
ก่อนอื่นมาดูที่เมนูกันก่อน เนื้อหาของเมนูน่าสนใจมาก ๆ ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ก็ต้องบอกว่ามีคอร์สอาหารอยู่แค่สามประเภท แต่ละอย่างก็จะราคาต่างกันไป แต่สิ่งที่จะได้รับการเสิร์ฟเหมือนกันนั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางร้านแล้วล่ะ
เจ้าของร้าน จะทำอาหารจากวัตถุดิบอาหารที่เข้ามาในร้านวันนั้นโดยแยกต่างหากจากคอร์สที่จองเอาไว้ พอไม่ใช่เมนูที่กำหนดเอาไว้ก็น่าสนใจขึ้นไปอีกใช่ไหม ?
นอกจากนี้ ที่นี่ยังสามารถถ่ายภาพได้ด้วยนะ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เสียงชัตเตอร์ดังรบกวนคนอื่นด้วย

อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?2
ฉันได้สั่งจองคอร์ส “มิโดะริ” ไป คอร์สนี้จะมีการเสิร์ฟเหล้าให้ดื่มก่อนอาหาร ซึ่งจะเป็นเหล้าที่เจ้าของร้านเลือกมาเป็นพิเศษ ในครั้งนี้เป็นเหล้าที่ผลิตจากข้าวของจังหวัดโออิตะ ภูมิภาคคิวชู เมื่อดื่มเข้าไปจะได้รสหวานออกมา สำหรับฉันที่ปกติจะไม่เหล้า ก็สามารถดื่มได้โดยไม่มีปัญหาเลย

อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?3
จานแรก เป็นฟองเต้าฟู้นุ่มลื่นโรยด้วยต้นนะโนะฮะนะ แคร็อทสดใหม่และส้มยุซุ มีกลิ่นหอมดีมาก ๆ

อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?4
ต่อไปเป็นจานรวม ประกอบด้วยปลาคินเมะไท้หรือปลามะไดธรรมชาติและปลามากุโร่สดใหม่ เนื้อปลามีความนุ่มและอร่อยมาก เป็นวัตถุดิบอาหารที่ประกอบกันอย่างดีเยี่ยม นอกจากซอสโชยุแล้ว ฉันคิดว่าซาชิมิทั้งหมดนี้ก็ยังเข้ากันดีกับเกลือโมอิวะด้วย
เมื่อลองถามเจ้าของร้านไปว่า จับส่วนประกอบพวกนี้มาร่วมกันได้อย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่า เพราะว่าเจ้าของร้านเองได้เปิดกิจการร้านนี้เป็นอิสระหลังจากที่ฝึกฝนอยู่ในร้านชื่อดังในย่านชินไซบะชิ จากประสบการณ์ฝึกในร้านย่านดังถึงสองร้าน เมนูที่อัดแน่นไปด้วยไอเดียจานนี้จึงถือกำเนิดขึ้นมา

อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?5
ภาพด้านบนเป็นซุปสาหร่ายคอมบุ หอยกาบและเฟิร์นวะระบิ ตอนที่เปิดฝาขึ้นมา ก็คิดไปว่าเฟิร์นในซุปนี้จะเข้ากันหรอ ถ้าพูดถึงใบเฟิร์นวะระบิก็จะนึกถึงแค่พวกของหวานอย่างเช่นวะระบิโมจิใช่ไหมล่ะ แต่พอทานเข้าไปจริง ๆ แล้ว ซุปนี้มีรสชาติที่ไร้ที่ติมาก รสชาติของหอยกาบและวัตถุดิบอื่น ๆ เข้ากันได้อย่างดี ไม่มีตรงไหนผิดเพี้ยน

ถ้วยชามเครื่องเขินที่ใช้เป็นของระดับสูงมาก ฉันรู้สึกว่าเป็นอาหารที่มีความละเมียดละไมลงลึกไปถึงทุกรายละเอียด หยดน้ำที่ติดอยู่บนฝาเป็นหลักฐานยืนยันได้อย่างดีถึงอาหารญี่ปุ่นระดับสูง ซึ่งหลังจากนำอาหารใส่ภาชนะที่มีฝาปิด ก็จะมีการฉีดน้ำลงไปบนฝานั่นเอง ถ้าสมมติว่ามีใครไปสัมผัส หยดน้ำที่เกาะอยู่ก็จะไหลลงมา การเห็นว่ามีหยดน้ำเกาะอยู่ที่ฝานั้น หมายความว่า “ยังไม่มีใครเปิดฝา เป็นอาหารที่เตรียมไว้สำหรับคุณเท่านั้น” ร้านนี้เปิดกิจการได้เพียงสามปี ก็ได้รับมิชลินหนึ่งดาวแล้ว

อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินหนึ่งดาวนั้นอร่อยขนาดไหนกัน ?6
ต่อไปเป็นอาหารปลาดาบทอด มีการจัดแต่งเสิร์ฟอย่างงดงามมาก เจ้าของร้านบอกว่า เป็นอาหารที่แสดงถึงการมาเยือนในฤดูใบไม้ผลิ
ผักบนปลาดาบนั้น ประกอบขึ้นจากสาหร่ายและเต้าเจี้ยวมิโซะ เมนูจานนี้ไม่ใช่เพียงแค่เยียวยาหัวใจในวันหยุด แต่ยังเป็นอาหารที่ดีต่อสายตาด้วย ถ้าถามฉันว่า อาหารระดับมิชลินนั้นเป็นอย่างไร ก็จะขอตอบเลยว่า อร่อยสุด ๆ ไปเลย

ไม่ใช่แค่ความอร่อยเท่านั้นแต่อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินก็ได้ให้แง่คิดแก่ฉันด้วย


ไม่ใช่แค่ความอร่อยเท่านั้นแต่อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินก็ได้ให้แง่คิดแก่ฉันด้วย
นี่เป็นอาหารที่เรียกว่า “Hassun” เมนูจากเล็กสี่อย่างนั้นมีขนาดเท่ากับนิ้วโป้ง ถ้วยที่ฉันคิดว่าอร่อยที่สุดคือด้านบนขวา เป็นเจลลี่ที่ทำขึ้นด้วยซุปเนื้อปลาปักเป้า มีความนุ่มและอร่อยอย่างมาก
เจ้าของร้านพิถีพิถันอย่างมากไปจนถึงการเลือกภาชนะ ได้ยินมาว่า นี่เป็นภาชนะเครื่องเคลือบดินเผา Hagi-yaki ของจังหวัด Yamaguchi ซึ่งมีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น

ไม่ใช่แค่ความอร่อยเท่านั้นแต่อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินก็ได้ให้แง่คิดแก่ฉันด้วย2
จานต่อไปคือเมนูแบบมีน้ำราดลงบนของตุ๋นที่มีเต้าหู้อ่อนนุ่ม ใบนะโนะฮะนะและวัตถุดิบตามฤดูกาล เมนูนี้ให้ความรู้สึกเหมือนว่าอยู่ในฤดูใบไม้ผลิแล้วจริง ๆ

ไม่ใช่แค่ความอร่อยเท่านั้นแต่อาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินก็ได้ให้แง่คิดแก่ฉันด้วย3
จานสุดท้ายเป็นข้าวต้มที่ใช้ผงส้มยุซุ ใบมิสึบะและกุ้งคะวะเอะบิ ตอนนี้ฉันเริ่มอิ่ม และในปากก็มีรสชาติต่าง ๆ หลงเหลืออยู่มากมาย แต่การทานข้าวต้มนี่นั้นพูดได้ว่าเป็นจุดสำคัญเลยทีเดียว ทั้งการเอาใจใส่ วัตถุดิบอาหารและไอเดีย ทุกอย่างล้วนได้รับการบริการอย่างพิเศษ ที่นี่สมกับที่เป็นร้านที่ได้รับดาวมิชลินจริง ๆ

สิ่งที่ฉันรู้สึกหลังจากทานอาหารทั้งคอร์สเสร็จ ก็คือ เจ้าของร้านมีความแตกฉานลึกซึ้งทุกอย่างทั้งต่อลูกค้า ภาชนะและฤดูกาล ถ้าไม่มีไหวพริบและความรู้อันเฉียบแหลมคงจะไม่สามารถสร้างสรรค์อาหารที่มีเรื่องราวแบบนี้ออกมาได้แน่ ๆ วลีที่ฉันนึกขึ้นได้คือคำพูดของคุณ Konosuke Matsushita (นักอุตสาหกรรมชื่อดัง) ที่กล่าวว่า “ชีวิตคือสี่ฤดูกาล” ฉันคิดว่าเจ้าของร้านคงกำลังถ่ายทอดเรื่องราวทั้งสี่ฤดูแก่ลูกค้าทุกคนผ่านอาหารนี้อย่างแน่นอน

Kyomachibori RIKYU
●มื้อกลางวัน 12:00-15:00 น. (ออเดอร์สุดท้ายถึง 13:30 น.) * ต้องจองล่วงหน้า
มื้อเย็น 17:00-23:30 น. (ออเดอร์สุดท้ายถึง 22:30 น.)
* หยุดประจำทุกวันจันทร์ * ปลอดบุหรี่ทุกที่นั่ง
●06-6450-8301
●อาคาร Kyomachibori Partners ชั้น 1F, 1-7-12 Kyomachibori, Nishi-ku, Osaka-shi, Osaka

ถ้าคุณคิดว่าบทความนี้น่าสนใจ เชิญกด "ถูกใจ"

คอลัมน์มาใหม่

อ่านคอลัมน์เพิ่ม