)

ร้านอาหารจากโปรตีนข้าวสาลีสุดปลื้มที่ค้นพบหลังวัด Kiyomizu-dera

2018.04.05

ฉันตกลงกับเพื่อนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นว่าจะไปวัด Kiyomizu-dera กัน ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่ลืมที่จะบอกเพื่อนว่า เราควรหาอาหารดี ๆ ทานเตรียมไว้สักหน่อยเพราะระหว่างทางที่ไปวัดนั้นค่อนข้างมีเนินอยู่มากทีเดียว ทั้งฉันและเพื่อน เราทั้งคู่กำลังไดเอ็ตอยู่ ในครั้งนี้จึงเลือกอาหารจากฟองเต้าหู้และ Wheat gluten (โปรตีนกลูเตนจากข้าวสาลี หรือรำข้าวสาลี) ที่มีเฉพาะแค่ในเกียวโตเท่านั้น กล่าวกันว่า ในอดีตทั้ง Wheat gluten และเต้าหู้เป็นของล้ำค่ามาก มีเพียงตระกูลเชื้อพระวงศ์และพระที่สามารถทานได้เท่านั้น แม้แต่ที่ประเทศจีน ก็เหมือนว่าจะเป็นของในสำรับแมนจู-ฮั่นแบบครบสูตรที่เรียกว่า Manchu Han Imperial Feast (ภาษาจีนคือ หม่าน ฮั่น ฉวน ซิ) ที่จักรพรรดิเสวยด้วย

ร้านที่จะทานอาหารกลางวันในครั้งนี้ ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ไกลมากจากวัด สามารถแวะระหว่างทางจากสถานีรถไฟเกียวโตถึงวัด Kiyomizu-dera เป็นอาหารที่สง่างาม แต่ก็อาจจะมีผู้ที่ไม่อิ่มด้วย แต่ก็จะขอแนะนำที่นั่นแค่ที่เดียว

จริงหรือเปล่าที่พิพิธภัณฑ์ของโบราณในเกียวโตอยู่ที่หลังวัด Kiyomizu-dera ?

จริงหรือเปล่าที่พิพิธภัณฑ์ของโบราณในเกียวโตอยู่ที่หลังวัด Kiyomizu-dera ?
เมื่อรอดผ่านผ้าม่านหน้าร้านเข้าไป ภาพด้านบนก็คือสิ่งที่เราเห็นอย่างแรก ที่นี่เหมือนกับเป็นพิพิธภัณฑ์ไม่มีผิด ในตู้กระจกด้านซ้ายขวา เต็มไปด้วยถ้วยรางวัลและใบประกาศนียบัตร ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบันทึกและหนังสือจากยุคสมัยที่หลากหลาย เก้าอี้ตรงกลางภาพ ก็เหมือนว่าจะเป็นของถูกใช้จริงในสมัยราชวงศ์ชิงด้วย

จริงหรือเปล่าที่พิพิธภัณฑ์ของโบราณในเกียวโตอยู่ที่หลังวัด Kiyomizu-dera ?2
มาดูกันเถอะว่าของในตู้กระจกมีอะไรบ้าง ในนี้มีการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในสมัยก่อนสำหรับผลิต Wheat gluten และมีภาพแขวนบนผนังในงานเลี้ยงน้ำชาเมื่อประมาณ 180 ปีก่อนด้วย นอกจากนี้ ก็มีเหรียญรางวัลอะไรบ้างอย่างวางเรียงไว้ด้วย ที่นี่รู้สึกได้ถึงความเป็นร้านขายโปรตีนข้าวสาลีระดับสูงเลยทีเดียว

จริงหรือเปล่าที่พิพิธภัณฑ์ของโบราณในเกียวโตอยู่ที่หลังวัด Kiyomizu-dera ?3
เมื่อเดินลึกเข้าไปด้านใน ก็จะผสมผสานไปด้วยบรรยากาศสมัยใหม่ปนกับสไตล์ย้อนยุค ภาพวาดและอารมณ์บนกำแพงนั้นรู้สึกตรึงตราตรึงใจมาก เครื่องเรือนต่าง ๆ ก็คงเป็นของโบราณแน่นอน เมื่ออยู่ที่นี่ จะสามารถสัมผัสการเดินทางย้อนเวลาไปเมื่อ 100 ปีก่อนได้

ในร้านสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของเกียวโต

ในร้านสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของเกียวโต
เมื่อถอดรองเท้าออกหน้าร้าน ก็จะมีเตาเผาคามาโดะที่ว่ากันว่าถูกใช้จริงในสมัยก่อน ที่กำแพง ก็มีแผ่นป้ายเครื่องรางป้องกันภัยแปะไว้ว่า “Hinoyojin (ระวังไฟไหม้ )” ที่เกียวโตในสมัยก่อนนั้น จะมีบ้านไม้อยู่มาก จึงมีการแปะป้ายเครื่องรางป้องกันภัยที่ได้จากวัด เนื่องจากมีการเกิดไฟไหม้บ่อย

ในร้านสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของเกียวโต2
ภายในร้านเป็นพื้นที่ที่มีความทันสมัยผสมอยู่ บริเวณเคาน์เตอร์ให้บรรยากาศญี่ปุ่นร่วมสมัยด้วยลายตารางหมากรุกสีแดงดำ เป็นสถานที่ที่ทานอาหารได้อย่างสบายใจ สามารถเพลิดเพลินไปกับการพูดคุยกันพร้อมดื่มด่ำอาหารได้ ทั้งยังมีดอกไม้ประดับทำให้มีความรู้ลึกสงบ นอกจากพวกของฉันแล้ว ก็ยังมีผู้หญิงอีกสี่คนกำลังทานอาหารเที่ยงที่ตกแต่งสวยงาม และพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ

ในร้านสามารถสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่ของเกียวโต3
บริเวณสวนนั้นถูกจัดวางให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาในร้าน มีต้นไม้ใบหญ้า สามารถสัมผัสได้ถึงฤดูทั้งสี่ได้ท่ามกลางชีวิตประจำวัน ทั้งยังสามารถรู้สึกได้ถึงรสนิยมต่าง ๆ ได้จากการออกแบบสวนดั้งเดิมด้วย

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี
อาหารกลางวันที่เราอยากทานนั้น เริ่มจากซุปโปรตีนข้าวสาลี ซึ่งรสชาติที่แท้จริงของโปรตีนข้าวสาลีนั้นจะเบาบาง ซุปจึงมีรสชาติอ่อน ๆ แต่อร่อยดี ได้ยินมาว่า ร้านนี้เริ่มผลิตอาหารจากฟองเต้าฟูกับโปรตีนข้าวสาลี (รำข้าวสาลี) มาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อน ระหว่างที่ขยับตะเกียบไปเรื่อย ๆ ก็คิดไปว่าร้านนี้เค้าหาฟองเต้าหู้กับโปรตีนข้าวสาลีมายาวนานขนาดนั้นได้อย่างไร

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี2
ภาพด้านบนเป็นอาหารที่ทำขึ้นจากการทอดฟองเต้าหู้ มีการทำเป็นรูปแบบดอกซากุระ มีรสชาติอ่อน ๆ แต่เมื่อเข้าปากไปแล้วจะละลายทันที คงเพราะอีกไม่นานก็จะถึงฤดูของดอกซากุระ เมนูเช่นนี้คงเป็นไอเดียหนึ่งแน่ ๆ ตอนนี้ความรู้สึกเหมือนอยู่กลางฤดูใบไม้ผลิแล้วล่ะ

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี3
ต่อไปเป็นอาหารที่ประกอบด้วยฟองเต้าหู้สดและโปรตีนข้าวสาลีสด ซุปมีรสชาติอร่อย เข้ากันได้ดีกับข้าวสวย ด้านบนมีหัวไชเท้าบดรสชาติสดชื่นวางอยู่ เมื่อทานแล้วรู้สึกได้เลยว่าดีต่อสุขภาพอย่างมาก ทั้งยังมีโปรตีนสูงแต่แคลอรี่ต่ำด้วย ส่วนชามใบนี้ คิดว่าอาจจะเป็นถ้วยชามดินเผาเทคนิค Kiyomizu-yaki รึเปล่า แต่ฉันก็ไม่ได้ถามเรื่องนี้ไป

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี4
อาหารจานนี้มีใช้โปรตีนข้าวสาลีสด ตอนแรกที่เห็นคิดว่าเป็นของหวาน แต่พอทานเข้าไปก็ต้องแปลกใจที่ได้รสชาติเผ็ด แน่นอนว่ามีรสชาติอร่อยดีด้วย ในภาพมองเห็นจุดสีเหลืองกันไหม ? จุดนั้นคือ มัสตาร์ดที่ทำให้มีรสเผ็ดนั่นเอง

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี5
ฉันคิดว่าเมนูนี้เป็นเต้าหู้ถั่วที่บริสุทธิ์มาก ๆ สามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นได้ที่ลิ้น เป็นรสชาติซอสโชยุหวาน ๆ เค็ม ๆ

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี6
เมนูหลักแบบรวมนี้เรียกว่า “Ofusuma no Dengaku” การดัดแปลงเชิงสร้างสรรค์ของเชฟที่ผสมเต้าเจี้ยวมิโซะสีแดงและสีขาวนั้นคิดว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ ตรงกลางข้าวขาวจะเป็นใยชิโสะสีม่วง ส่วนโปรตีนข้าวสาลีอัดก้อน ๆ นั้นเรียกว่า Takefu จะให้รสชาติของพริกไทยญี่ปุ่นออกมาได้ดีมากด้วย ที่นี่มีทั้งอาหารรสอร่อยและเจ้าของร้านที่ใจดีมาก เมนูอาหารกลางวันจากโปรตีนข้าวสาลีและฟองเต้าหู้นั้น ราคาเพียง 3,000 เยน นอกจากนี้ที่ร้านนี้ยังสามารถใช้บัตรเครดิตได้ด้วยนะ

ทานอาหารจากฟองเต้าฟู้และโปรตีนข้าวสาลีของเกียวโตที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปี7
สุดท้ายขอทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพอาหารกลางวันทั้งหมดในครั้งนี้ แม้ฉันเป็นพวกที่ระวังในการทานอาหารแบบปกติอยู่แล้ว แต่สำหรับที่เกียวโตนั้นมีการทำอาหารที่ใส่ใจในแคลอรี่มาตั้งแต่เมื่อ 300 ปีก่อนด้วย จากอาหารในวันนี้ทำให้รู้สึกได้ถึงความละเอียดถี่ถ้วนของคนเกียวโตมากขึ้น

กล่าวกันว่า เต้าหู้นั้นได้รับการเผยแพร่มาจากจีน โดยพระชาวญี่ปุ่นได้เดินทางไปประเทศจีน และได้นำกรรมวิธีการผลิตกลับมาเผยแพร่ตอนกลับมาญี่ปุ่น สำหรับพระที่ไม่สามารถทานเนื้อสัตว์ได้นั้น แหล่งโปรตีนที่สำคัญต้องเป็นเต้าหู้ ฟองเต้าหู้และ Wheat gluten แน่ ๆ ซึ่งในยุคหนึ่งนี่ก็เคยเป็นอาหารสำรับพิเศษที่สามารถทานได้เพียงแค่เชื้อพระวงศ์และพระเท่านั้น เชิญมาลิ้มรสชาติของอาหารดังกล่าวได้ที่นี่

พิพิธภัณฑ์ที่สามารถค้นพบวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้

พิพิธภัณฑ์ที่สามารถค้นพบวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้
หลังจากที่ทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ก็มาชมพิพิธภัณฑ์กล่องข้าว (Obentobako Museum) บนชั้น 2 ของร้านกันสักหน่อย มีกล่องข้าวสมัยก่อนจัดวางไว้มากมาย ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่อดีต สามารถสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นอันลึกซึ้งของเจ้าของร้านที่มีต่ออาหารได้ (เข้าชมฟรี)

พิพิธภัณฑ์ที่สามารถค้นพบวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้2
โปรตีนข้าวสาลีเองก็มีส่วนที่ล้ำลึกอยู่มาก สามารถดื่มด่ำได้กับอาหารที่เรียงร้อยมาจากไอเดียใหม่และดั้งเดิม
ถ้าเดินจากที่นี่ไปวัด Kiyomizu-dera ก็อาจจะรู้สึกหิวขึ้นมาอีกเล็กน้อยได้ ถ้าไปสักการะที่วัด Kiyomizu-dera ก็ลองชิมอาหารหลาย ๆ ชนิดได้นะ

Hanbeifu Honten

●433 Shonin-cho,Gojosagaru, Toiyamachi-dori, Higashiyama-ku, Kyoto-shi
●09:00-17:00 น. โรงน้ำชา : 11:00-16:00 น.
* หยุดปลายปี-ต้นปี
http://www.hanbey.co.jp
* สำหรับอาหาร ต้องจองล่วงหน้า

* ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลล่าสุดของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำหรับรายละเอียด กรุณาติดต่อโดยตรงกับสถานที่

ถ้าคุณคิดว่าบทความนี้น่าสนใจ เชิญกด "ถูกใจ"

คอลัมน์มาใหม่

อ่านคอลัมน์เพิ่ม